การตลาดออนไลน์ สิ่งที่คนทำ ธุรกิจออนไลน์ ต้องทำในรู้ไว้ไม่มีเอาท์แน่นอน

การตลาดออนไลน์ สิ่งที่คนทำ ธุรกิจออนไลน์ ต้องทำในรู้ไว้ไม่มีเอาท์แน่นอน “ธุรกิจออนไลน์” จะเปลี่ยนแปลงหรือมีแนวโน้มไปทิศทางไหน? สร้างคำถาม ข้อสงสัยในหัวแม่ค้าชวนคิดเต็มไปหมด ทำไมรู้สึกว่าสินค้าขายยากขึ้น… แล้วเราต้องทำอย่างไรดี? วันนี้เรามีคำตอบ “4 สิ่งที่คนทำ ธุรกิจออนไลน์ ต้องทำในรู้ไว้ไม่มีเอ้าท์แน่นอน”

เราได้เลยเป็นหัวข้อ สรุปส่วนที่น่าสนใจมาให้ คือ 4 สิ่งที่คนทำธุรกิจออนไลน์ต้องทำ

1. เก็บ Database ลูกค้าเก่า

จุดแพ้ชนะของในตลาดยุคนี้คือ “ฐานข้อมูลลูกค้า” ธุรกิจแบรนด์ไหนเก็บฐานข้อมูลลูกค้าได้มากกว่า ละเอียดกว่า เช่น ธุรกิจออนไลน์ ต้องเริ่มเก็บข้อมูลพื้นฐานของลุกค้าเก่า ประกอบด้วย ชื่อ-สกุล ที่อยู่ E-mail เบอร์โทรติดต่อ เราสามารถนำข้อมูลจาก E-mail และเบอร์โทรติดต่อ มาทำข้อมูลในการทำกลุ่มเป้าหมายได้ ในปีนี้เราต้องเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า ได้แก่ วันที่ซื้อ สินค้าที่ซื้อ ปริมาณที่ซื้อ เป็นต้น เราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการวางแผน พัฒนาธุรกิจเราได้อีกด้วย รวมทั้งการทำ CRM เพื่อใช้ติดต่อลูกค้าที่ซื้อสินค้าเราไป เพื่อให้กระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรารู้ว่าลูกค้าซื้อสินค้าอะไรไปวันไหน อาจจะใช้เซลล์, SMS หรือทัก Inbox ติดต่อกลับไปหาลูกค้า เพื่อให้เขารู้สึกว่าเรามีการติดต่อ สอบถามถึงผลลัพธ์ ข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า หลังจากใช้สินค้าหลังจาก 1-3 วัน และก่อนสินค้าจะหมดประมาณ 1 สัปดาห์เราก็สามารถติดต่อไปให้คำแนะนำพร้อมนำเสนอสินค้าโปรโมทชันให้กับพวกเขาอีกได้ โดยที่ต้นทุนในการทำการตลาดส่วนนี้ต่ำมากๆ

2. เริ่มทำ Branding
ธุรกิจออนไลน์ ควรให้ความสำคัญกับการสร้างสินค้าที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ชัดเจน หากแบรนด์เน้นขายไปเรื่อยๆ จนลืมสร้าง Branding ไม่ได้สร้างเอกลักษณ์ ไม่ได้สร้างเรื่องราวของแบรนด์เลย จะทำให้ธุรกิจคุณไปได้ไม่สวยแน่นอน คุณต้องคิดหาวิธีแนวการขายใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ นั่นก็จะเป็นสาเหตุทำให้ธุรกิจออนไลน์อยู่ยากขึ้น กลุ่มที่เคยนำเข้าสินค้าจากจีนจะอยู่ยากมากยิ่งขึ้น เพราะเขานำเข้ามาขายเอง สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือพัฒนาแบรนด์สินค้าของตัวเองให้เป็นที่รู้จัก มีมาตรฐาน สามารถสู้กับสินค้าจากต่างประเทศได้

สิ่งที่จะโดนเปรียบเทียบอย่างแน่นอน นั่นก็คือราคา หากยิ่งเกิดการแข่งขันมากขึ้นเท่าไร สินค้าคุณก็จะกำไรน้อยลงไปทุกวัน แบรนด์ต้องเริ่มทำ Branding อย่างจริง ยิ่งมีขายสินค้าเดียวกันมากเท่าไหร่ คุณต้องปรับตัว พัฒนาไม่ให้ซ้ำกัน โดดเด่นแตกต่งาจากเจ้าอื่น ยกตัวอย่างเช่น ขนมเลย์ มีรสชาติใหม่ออกมาเพื่อให้ลูกค้าไม่เบื่อ

3. สร้างคอนเทนต์ที่ดี

ธุรกิจออนไลน์ ควรพัฒนาด้านการสร้างคอนเทนต์ เพิ่มสาระ และความสนุกมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคอนเทนต์จะเชื่อมโยงสินค้ากับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ต้องทำวีดีโอ 3 วินาทีแรกให้สะดุดตา, คอนเทนต์เชิงให้ความรู้ จะทำให้สินค้าของคุณมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน ต้องมีการวางแผนในการนำเสนอคอนเทนต์ในแต่ละเส้นทางเดินของลูกค้า (Customer Journey) เริ่มต้นให้คนรู้จักในตัวสินค้าก่อน รู้ว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร เราจะต้องใช้คอนเทนต์แบบไหน สื่อสารแบบไหน ทราบถึงประโยชน์ของการใช้สินค้า เหมาะกับลูกค้าของคุณอย่างไร ค่อยๆ เสริมคอนเทนต์ไปในกลุ่มเป้าหมายของเรา ข้อควรระวังเป็นอย่างมากคือ ไม่ควรที่จะขายตลอดเวลา ควรที่จะเริ่มจากการสร้างสายสัมพันธ์แล้วพัฒนาไปเป็นลูกค้า และมีการดูแลพวกเขา บริการพวกเขาเป็นอย่างดี ทำให้เขาเกิดการรับรู้ การสั่งซื้อ และกลับมาซื้อซ้ำในอนาคต

4. หาช่องทางการขายใหม่ๆ

ปกติแล้วเราเริ่มทำธุรกิจออนไลน์จะเริ่มจากการเปิดเพจ Facebook แล้วลงคอนเทนต์ ยิงโฆษณา แต่ถ้าหากวันใดโดน Facebook แบนขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถขายสินค้าได้แล้ว เพราะฉะนั้นแ ล้วคุณต้องมีช่องทางอื่นๆ นอกเหนือจาก Facebook ยกตัวอย่างเช่น

4.1 เว็บไซต์ เปรียบเสมือนเป็นบ้านของเรา แบรนด์ต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เป็นออฟฟิตหรือร้านค้าหลักบนโลกออนไลน์ ต่อไปเราจะยิงโฆษณาบน Google ทำคอนเทนต์ เขียน Blog ทำโฆษณา Facebook ก็สามารถทำที่เว็บไซต์ ปิดการขายได้เลย ที่สำคัญสามารถเก็บ Data base ของลูกค้าได้อีกด้วย ค่อนข้างครบ

4.2 โซเชี่ยลตามกลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, LINE, Twitter & Pantip ที่ว่ามานี้ต้องมีการลงโฆษณา และที่สำคัญคือต้องโฆษณาต้องแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าเข้ามาดูสินค้าใน Facebook แต่เขาไปค้นหาใน Google เพื่อหารีวิวใน Pantip คุณอาจจะต้องมีข้อมูลต่างๆ ไว้ใน Pantip & Twitter เพื่อเล่าให้ลูกค้ารู้จักสินค้า มีรีิวิวการใช้ดีหรือไม่ ส่วนนี้จะทำให้คนตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

4.3 ตลาดออนไลน์หรือ Marketplace เช่น Lazada, Shopee เป็นช่องทางที่ซื้อง่ายขายคล่อง ควรจะมีสินค้าของเราไปวางจำหน่ายที่นั่นด้วย บางทีลูกค้าอาจดูสินค้าจากแฟนเพจบน Facebook แต่ไม่สามารถชำระบัตรเครดิตได้เลยต้องมาซื้อผ่านช่องทาง Marketplace แทน